พฤติกรรมหลักที่นักเล่นหุ้นมือใหม่เล่นจน “ติดดอย”

พฤติกรรมหลักที่นักเล่นหุ้นมือใหม่เล่นจน “ติดดอย”


ช่วงที่กำลังจะสิ้นปีแบบนี้ในช่วงของการพลัดเปลี่ยนฤดูกำลังจะก้าวข้ามปลายฝน ต้นหนาว ผมเชื่อง่าต้องมีใครหลายคนคิดแพรนที่จะไปจะขึ้นเหนือไปเมืองหนาวกัน ไปเดินเขา สัมผัสกับอากาศเย็น นอนตากน้ำค้างดูดาวตก ติดดอยแบบนั้นคงจะโรแมนติก น่าดูเลยนะครับ แต่ติดดอยของ หุ้น นี่สิครับ ไม่สบอารมณ์กันเลย

หุ้น

ติดดอยคืออะไร?

ผมจะอธิบายง่ายๆให้เข้าใจกันนะครับ คือการที่เราซื้อมาในราคาหนึ่ง แล้วราคาของนั้นไม่ได้ขึ้นตามที่เราคิดเอาไว้ และหนักกว่านั้นก็คือราคาลงด้วยนี่สิครับ ตัวอย่างเช่น ผมซื้อมาในราคา 10 บาท แต่ราคานั้นกลับลดลงไปเหลือ 9 8 7 ภายในเวลาแปบเดียวเท่านั้น ซึ่งต้องบอกเลยนะครับว่าถ้าเราป็นมือใหม่ที่กำลังเริ่มเล่นแล้วมาเจอแบบนี้นั้น เป็นใครๆก็ต้องทำในยากหน่อยล่ะครับ พึ่งเริ่มได้ไม่นาน หุ้นที่ซื้อก็ดันมาราคาลดลงอย่างรวดเร็ว และมักจะมีความหวังว่าราคานั้นจะกลับมาอยู่ที่ราคาเท่าเดิมได้ นี่แหละครับเป็นที่มาของคำว่าติดดอย นั่นเอง

บางคนอาจจะบอกว่าดูไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะขาดทุนเท่าไหร่ แต่ที่ผมยกตัวอย่างมานั้นเป็นแค่ตัวเลขกลมๆเท่านั้น แต่ถ้าเป็นเปอร์เซ็น ถูกปรับลดลง 10% 20% 30% 40% 50%  ทำให้เห็นภาพกันมากขึ้น ให้มองว่าทั้งหมดนั้นเราได้ลงทุนไปทั้งหมด 1 ล้านบาท แต่ว่าราคานั้นเหมือ 5 แสนบาท (คือราคา ลดลงจาก 10 เหลือ 5 บาทนั้นเอง)

และอาการของการติดดอยผมเชื่อได้เลยครับว่าทุกคนนั้นต้องเคยเจออย่างแน่นอน โดยเฉพาะเกิดขึ้นกับเหล่ามือใหม่ด้วย นี่ไม่พ้นแน่นอน ได้เวลาที่ผมจะมาบอกทุกคนถึงพฤติกรรมติดดอย ซึ่งมักจะได้เจอกันบ่อยๆ มีไว้เพื่อเตือนสตินักลงทุน ว่าเราเข้าข่ายกันบ้างหรือเปล่า และต่อจากนี้คืออาการของการติดดอยยอดฮิต

1.ซื้อหุ้นที่เราไม่รู้จักและไม่ได้ศึกษามาดีพอ

ณ ปัจจุบันนั้น ในตลาดมรมากถึง 700 บริษัท มีมากหลากหลาย บริษัทใหญ่ กลาง เล็ก ซึ่งแน่นอนว่ามือใหม่จะไม่มีทางรู้ข้อมูลครบแน่นอน หรือแม้แต่โบรกเกอร์ก็ยังไม่สามารถที่จะจำได้หมด ความคิดแรกเริ่มของมือใหม่ในการซื้อคือการได้รับข้อมูลอะไรบางอย่างจากคนใกล้ชิด กลุ่มไลน์ หรือข่าวต่างๆ ซึ่งที่เหล่านี้ก็จะมีการอัพเดตรายชื่อรายวัน แต่เชื่อกันได้เลยครับว่ามือใหม่ นั้นจะมีความกล้าที่จะซื้อตามแหล่งข่าวพวกนั้น ทั้งๆที่ไม่ได้ศึกษาหรือหาข้อมูลกันก่อนเลยครับ ว่าตัวนั้นเกี่ยวกับธุรกิจอะไร มีผลของการประกอบการเป็นยังไง คาความก้าวหน้า 5-10 ปีที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง และมีราคาที่ควรจะเป็นอยู่เท่าไหร่กันแน่

2.รีบซื้อหุ้นซิ่ง หรือหุ้นแรง!!

มือใหม่นั้นมักจะซื้อที่มีราคาที่ขึ้นมาตลอดและขึ้นมามากแล้ว หรือชอบเลือกซื้อในราคาที่มรปริมาณที่สูงๆไว้ก่อนซึ่งเหล่านี้นั้นจะเป็นที่มีการปรับราคาขึ้นมาแล้วหลายสิบเปอร์เซ็นหรือเป็นร้อยเปอร์เซ็นมาแล้ว โดยเกินขึ้นมาในเวลาไม่กี่เดือน โดยทำให้มือใหม่นั้นคิดแน่นอนว่าต่อจากนี้มันจะขึ้นไปแบบนี้เลื่อย แต่ความเป็นจริงแล้วตัว ที่มีราคาที่ขึ้นมาแล้วจะมีโอกาสน้อยที่จะขึ้น ถ้าขึ้นก็ขึ้นน้อย หรือจะพูดเป็นศัพท์ที่นักวิเคราะห์ใช้ก็คือ มัน Upside จำกัดไปแล้ว บางตัวก็อาจจะวิ่งไปเกินของราคา  มากแล้วด้วย มือใหม่ก็มักจะหลงเข้าไปเหมือแมงเม่าบินเข้ากองไฟเพราะ เห็นถึงความสดใสที่จะเกิดขึ้น


สรุป

Ruay เป็นยังไงกันบ้างครับ หัวข้อที่พูดมานี้คือหัวข้อหลักที่จะบอกได้ว่าคุณมีพฤติกรรมที่จะทำให้คุณติดดอย  หรือเปล่า ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบทความ  นี้ด้วยนะครับ

Leave a Comment